Facebook Business Manager คืออะไร และใช้งานยังไง

Facebook Business Manager คืออะไร

หากคุณเคยทำโฆษณา Facebook แต่ยังไม่เคยใช้ Facebook Business Manager มีโอกาสสูงมากว่า คุณกำลังทำโฆษณาโดยใช้ Ad Account ส่วนตัวของคุณอยู่

ความแตกต่างระหว่างการใช้ Ad Account ส่วนตัวในการทำโฆษณาคืออะไร? ทำไมต้องใช้ Business Manager?

ก่อนอื่นเลย เรามาเข้าใจกันก่อนว่า Facebook สร้าง Business Manager ขึ้นมาเพื่ออะไร ทั้งๆ ที่เราสามารถทำโฆษณาจาก Ad Account ส่วนตัวได้อยู่แล้ว

ประโยชน์หลักๆ ของ Business Manager คือ ช่วยทำให้กิจกรรมต่างๆ ทางธุรกิจของคุณ แยกออกจากโปรไฟล์ส่วนตัวอย่างชัดเจน

คิดภาพตามง่ายๆ ก็คือ คุณไม่จำเป็นที่จะต้องแอด Facebook ส่วนตัวกับเพื่อนร่วมงาน เพียงเพราะคุณจะต้องบริหารเพจเดียวกัน ซึ่งจะช่วยสร้างความเป็นตัวได้มากขึ้น

นอกไปจากนั้น Business Manager ยังเป็นเหมือนศูนย์รวมการบริหารเครื่องมือทางธุรกิจทุกอย่างที่ใช้จัดการการโฆษณาผ่านทาง Facebook โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้สิทธิ์การจัดการเรื่องต่างๆ ของพนักงานแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน บางคนที่เป็นพนักงานระดับเริ่มต้นก็จะมีสิทธิ์ในการเข้าถึงที่น้อยกว่า

ยกตัวอย่างเช่น บริษัทหนึ่งอาจจะมีสินค้าหลากหลายแบรนด์ คุณก็สามารถให้พนักงานของแต่ละแบรนด์เข้าถึงเฉพาะบัญชีโฆษณาที่คนนั้นรับผิดชอบ ในขณะที่ระดับผู้บริหารก็จะสามารถเข้าถึงบัญชีของทุกแบรนด์ เพื่อคอยดูภาพรวมได้

แต่ถึงแม้จะมีหลาย Page คุณก็ยังสามารถให้ Facebook เรียกเก็บเงินผ่าน Account เดียวกันได้ เพื่อความสะดวกของแผนกบัญชีและการเงิน (แต่ถ้าอยากจะแยก Account ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน)

ที่สำคัญที่สุด การที่คุณและทีมงานของคุณทำโฆษณาผ่านบัญชีโฆษณาที่อยู่ใน Business Manager คุณและคนในทีม (ที่ได้รับอนุญาต) สามารถติดตามประสิทธิภาพของการทำโฆษณาได้โดยละเอียด

สำหรับคนที่จ้าง Agency ในการช่วยทำการโฆษณา คุณก็เพียงให้สิทธิ์การเข้าถึงในระดับเท่าที่จำเป็นเท่านั้น โดยที่ไม่ต้องมอบสิทธิ์ความเป็นเจ้าของของ assets ใดๆ เลย

วิธีตั้งค่า Business Manager

ขั้นตอนที่ 1: สร้าง Facebook Business Manager

  • ไปที่ business.facebook.com และกดปุ่ม “create account”
  • ใส่รายละเอียดธุรกิจต่างๆของคุณและธุรกิจคุณและกด “Submit” สำหรับ Email สามารถใช้ Email ที่ทำงานของคุณได้ ไม่จำเป็นต้องเป็น Email ที่ผูกกับ Facebook Account
  • คุณจะได้รับ Email ใน mailbox ของคุณเพื่อ confirm Email ธุรกิจ ของคุณ

ขั้นตอนที่ 2: เพิ่มเพจ Facebook ที่ต้องการบริหาร

  • คุณสามารถเลือกที่จะเพิ่มเพจผ่านทาง Business Manager Dashboard หรือไปที่่ Business Settings และหัวข้อ Pages ได้ คุณสามารถเลือกที่จะ “Add a Page (เพิ่มเพจ)” “Request Access to a Page (ขออนุญาตเข้าถึงเพจ)” หรือ “Create a New Page (สร้างเพจใหม่)” ได้
  • การ “Add a Page (เพิ่มเพจ)” จะใช้ต่อเมื่อคุณเป็นเจ้าของเพจนั้นๆ เพราะการเพิ่มเพจเข้ามาใน Business Manager เป็นการ claim ownership ของเพจนั้นทันที และคุณจำเป็นต้องมีระดับการเข้าถึงเป็น Admin ของเพจนั้นๆอยู่แล้วถึงจะสามารถเพิ่มเพจข้ามาใน Business Manager ได้
  • การ “Request Access to a Page (ขออนุญาตเข้าถึงเพจ)” จะใช้ในเวลาที่คุณจำเป็นต้องใช้เพจนี้ในการทำงานให้ธุรกิจอื่น เช่น เมื่อคุณเป็นเอเจนซี่ทำงานให้ลูกค้า ทางลูกค้ายังเป็นเจ้าของเพจนี้อยู่ แต่คุณขออนุญาตที่จะเข้าไปใช้เพจนี้ โดยทั่วไปหากเอเจนซี่ต้องการเข้าไปเพื่อทำโฆษณาอย่างเดียว (ไม่สามารถโพสลงบนเพจได้) แค่เลือกขออนุญาต “Create ads” ทำโฆษณาก็พอ หรือถ้าต้องการให้เอเจนซี่สามารถโพสแทนเพจได้ สามารถขออนุญาต “publish content” ได้ แต่ไม่จำเป็นต้องขอ Admin access ของเพจ
  • สำคัญที่สุดสำหรับเจ้าของเพจ ถ้าไม่จำเป็น ไม่ควรที่จะให้ Admin access กับคนอื่น หรือแม้แต่คนทำงานในทีม เพราะคนที่เป็น Admin จะสามารถเอาคุณออกจากเพจตัวเอง และยึดความเป็นเจ้าของเพจได้ทันที เพราะฉะนั้น คุณควรจะเป็นเพียงคนเดียวที่เป็น Admin ของเพจตัวเอง

ขั้นตอนที่ 3: เพิ่มบัญชีโฆษณา

  • คุณสามารถเลือกที่จะเพิ่มบัญชีโฆษณา Ad Accounts ได้ผ่านทาง Business Manager Dashboard หรือไปที่ Business Settings และหัวข้อ Ad accounts ได้ คุณสามารถเลือกที่จะ “Add an ad account (เพิ่มบัญชีโฆษณา)” “Request Access to an ad account (ขออนุญาตเข้าถึงบัญชีโฆษณา)” หรือ “Create a new ad account (สร้างบัญชีโฆษณาใหม่)” ได้
  • “Add an ad account (เพิ่มบัญชีโฆษณา)” คือการ claim ownership กับ Ad Account ที่มีอยู่แล้ว ซึ่งแปลว่า Business Manager ของคุณจะเป็นผู้ดูแลการจ่ายเงินต่างๆทั้งหมด การ “Create a new ad account (สร้างบัญชีโฆษณาใหม่)” คือการสร้างบัญชีโฆษณาใหม่เลย สิ่งที่สำคัญที่ต้องรู้ไว้คือหลังจากที่คุณสร้างบัญชีโฆษณาใหม่ใน Business Manager แล้วคุณจะไม่สามารถลบบัญชีโฆษณาได้ (สามารถ deactivate ปิดการใช้งานได้เท่านั้น) คุณจึงควรจะสร้างเฉพาะบัญชีโฆษณาที่คุณเป็นเจ้าของเท่านั้น หากคุณเป็นเอเจนซี่และลูกค้าเป็นเจ้าของบัญชีโฆษณา คุณสามารถ “Request Access to an ad account (ขออนุญาตเข้าถึงบัญชีโฆษณา)” ของลูกค้าได้ (**การเปลี่ยนแปลง ownership ของ Ad Accounts ทำได้แต่ยุ่งยากพอสมควร แนะนำว่าควรวางแผนโครงสร้างให้ดีก่อนสร้าง)

  • การสร้างบัญชีโฆษณาใหม่ สำคัญมากว่าต้องตั้งค่า Time Zone และ Currency (สกุลเงิน) ให้ถูกต้อง เพราะจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้อีกหลังจากที่ตั้งค่าไปแล้ว และมันจะมีผลต่อการแสดงผล Ads Reporting และการดู ROAS (Return On Advertising Spend) ซึ่งควรจะให้รายรับกับรายจ่ายเป็นสกุลเงินเดียวกัน
  • คุณสามารถใช้ payment method เดียวกับ Business Manager ก็ได้ หรือถ้าคุณต้องการให้แต่ละ Ad Account ใช้บัญชีการจ่ายเงินที่ไม่เหมือนกันก็ได้เช่นกัน

ขั้นตอนที่ 4: เพิ่มคนที่จะมาช่วยดูแล Facebook assets ต่างๆใน Business Manager

  • คุณสามารถเลือกที่จะเพิ่มคนที่มาช่วยดูแล ได้ผ่านทาง Business Manager Dashboard หรือไปที่่ Business Settings และหัวข้อ People ได้

  • ในการเชิญ คุณสามารถใส่ Email Address บริษัทของพนักงานในได้ (ไม่จำเป็นต้องใช้ Email Address ที่ลงทะเบียนกับ Facebook) การที่จะเลือกให้คนนั้นเป็น Employee หรือ Admin access ในกรณีนี้หมายถึงระดับของ Facebook Business Manager ไม่ใช่แค่เพจหรือบัญชีโฆษณาเท่านั้น เพราะฉะนั้นถ้าคุณแค่ต้องการให้พนักงานเข้ามาเพื่อดูแลเพจใดเพจหนึ่งหรือบัญชีโฆษณาใดภายใน Business Manager ของคุณ คุณไม่จำเป็นต้องให้ Admin access ก็ได้ แค่ Employee access ก็พอ (ย้ำอีกครั้ง Admin access ของ Business Manager จะสามารถควบคุมทุกอย่างของ Business Manager เช่นให้อนุญาตให้คนเข้าออกและเรื่องบัญชีการจ่ายเงินต่างๆเป็นต้น)
  • หลังจากนั้นคุณสามารถกำหนดได้ว่าพนักงานคนนั้นจะได้รับอนุญาตเข้าถึงกับ asset อะไรบ้าง (เพจ, บัญชีโฆษณา, catalog, app) และเข้าถึงได้ระดับไหน permission level อะไร หากคุณเป็น Admin ของ Business Manager คุณสามารถเปลี่ยนแปลงการให้อนุญาตเข้าถึงของพนักงานคนอื่นเมื่อไรก็ได้ สามารถเอาคนนั้นออกจาก Business Manager ได้ด้วย เพราะฉะนั้น ระดับการให้อนุญาตสามารถเปลี่ยนแปลงได้เรื่อยๆ ทางคนที่ได้รับเชิญจะได้ Email เกี่ยวกับการให้อนุญาตการเข้าถึงและสามารถทำตามขั้นตอนของ Email ได้เลย

ขั้นตอนที่ 5: เพิ่ม Instagram accounts

  • คุณสามารถเชื่อมต่อ Instagram account กับ Facebook Business Manager ของคุณได้โดยไปที่่ Business Settings และหัวข้อ Instagram accounts และ Add ซึ่งคุณจะเห็น pop-up box ขึ้นมาให้คุณใส่ login detail ของ Instagram ของคุณ

ขั้นตอนที่ 6: ติดตั้ง Facebook Pixels

  • Facebook Pixel คือ โค้ดที่ทาง Facebook สร้างขึ้นสำหรับ account ของคุณ ซึ่งคุณสามารถเอาโค้ดพวกนี้ไปไว้ในเว็ปไซด์ของคุณได้ เพื่อทำการ track สิ่งที่เกิดขึ้นในเว็ปของคุณ เช่น คนที่เข้ามาในเว็ป คนที่ลงทะเบียน คนที่เอาของใส่ตระกร้า คนที่ซื้อของทางเว็ปคุณ เป็นต้น นอกจากการที่คุณสามารถ track สิ่งที่เกิดขึ้นในเว็ปคุณแล้ว คุณยังจะสามารถสร้าง custom audiences หรือกลุ่มเป้าหมายจาก Pixel ของคุณเพื่อการทำโฆษณาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ ถ้าคุณจ้าง developers ในการทำเว็ปให้คุณก็อย่าลืมบอกให้เค้าติดตั้งให้ และ คุณสามารถเช็คเองได้ว่าการติดเรียบร้อยมั้ย โดยการใช้ Pixel Helper 
  • ไปที่ Business Settings และภายใต้หัวข้อ Data sources จะมีหัวข้อย่อย Pixels อยู่ ใน Business Manager หนึ่ง คุณสามารถสร้างได้ถึง 10 Pixels

(เรื่องนี้ค่อนข้างละเอียดเอาไว้จะเขียนเรื่อง Facebook Pixels แยกทีเดียวเลย)


References:

Facebook Help | Jon Loomer Blog | Hootsuite


Leave a Reply